Posted on 20 May 2009 by SahutSa
เริ่มต้นตั้งชื่อโพสต์นี้ให้สนใจกันไว้ก่อนครับ
เพราะว่าเนื้อหานั้น น่าสนใจกว่าหัวข้อเสียอีกครับ เพราะว่าวันนี้ผมได้มีโอกาสไปเข้าร่วมสัมมนากับทาง Google South East Asia มาครับ
โดยจัดที่โรงแรม Grand Millennium สุขุมวิท 21 ครับ เจอคนสำคัญของวงการอินเทอร์เน็ตหลายๆ ท่านครับ ไว้จะเรียบเรียงแ้ล้วเล่าให้ฟังต่อเนื่องเป็นซีรี่ย์ Google AdSense Optmization เลยครับ
สัมมนาครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ การสร้างรายได้ผ่านทางระบบหาเงินออนไลน์ของ Google เองครับ ซึ่งทางทีมงาน Google AdSense Team ซึ่งเป็นคนไทยที่ประจำอยู่ที่สิงคโปร์ ได้มาช่วยกันอธิบายให้รายละเอียดกับผู้ทำ AdSense ที่เป็นองค์กรก่อนครับ เดี๋ยวผมจะสรุปรายละเอียดที่สำคัญๆ มาให้ฟัง ขอบอกว่า ผมอัด Video มาด้วยผมจะจัดแบ่งเป็นตอนๆ ให้ทุกท่านได้ศึกษาหาความรู้กันเพิ่มเติมไปพร้อมๆ กันด้วยครับ
เอาเป็นว่า ชมภาพตัวอย่างเรียกน้ำย่อยกันก่อนแล้วกันซัก 2-3 ภาพนะครับ
Posted on 11 November 2008 by SahutSa

Image by DavidDMuir via Flickr
ทำเงินจาก Blog แบบไหน ที่ไม่ใช่ AdSense
หลายๆ คนที่อยู่บนโลกออนไลน์ก็พอจะทราบกันดีครับว่าการสร้างรายได้ออนไลน์นั้นมีอยู่มากมายหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นติดโฆษณาที่เรียกว่า Contextual Advertising, เป็นนายหน้าขายสินค้าที่เรียกว่า Affiliate, หรือ จะมีการเขียนบทความวิจารณ์แล้วรับรายได้จากเจ้าของสินค้าก็ตาม แต่ว่ามันก็ยังมีวิธีอื่นๆ อีกที่คนไม่ถนัดการมานั่งเขียนบทความสามารถสร้างรายได้ผ่าน Blog ได้
1. ที่ปรึกษา
บางคนอาจจะคิดว่าตัวเองไม่ได้เก่งกาจเลิศเลอมากมายจนสามารถเป็นที่ปรึกษาได้ แต่จริงๆ แล้วผิดถนัดครับ คนเราทุกคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน ดังนั้นหากเรื่องที่เรามีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว แต่ว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน เราสามารถให้ข้อมูลเรื่องราวเหล่านั้นผ่าน Blog เพื่อแสดงความรู้ความสามารถของเรา แล้วก็แจ้งผ่าน Blog ไว้ด้วยเลยว่า หากใครต้องการที่ปรึกษา หรือต้องการให้สอนแบบเจอตัว ก็สามารถติดต่อได้ครับ
2. เขียนหนังสือ
สำหรับ Blogger หลายๆ ท่านที่มี Blog ที่เขียนไว้เยอะแล้วในระดับหนึ่งสามารถให้ผลพวงจากการเขียน Blog นี้ทำการรวบรวมและเรียบเรียงใหม่เป็นรูปเล่มหนังสือ หรือว่า ถ้าหากเราต้องการจะเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งเล่ม แต่เป็นการเรียบเรียงให้หาอ่านได้ง่ายแยกเป็นบทๆ ไปแบบนั้นก็ได้ครับ
3. วิทยากร
เมื่อ Blog ของเราเป็นที่รู้จักในระดับหนึ่งแล้วนั้น เรื่องที่เราเขียนก็จะเป็นเรื่องที่คุ้นเคยสำหรับเรา ดังนั้นอาจจะมีงานด้านการเป็นวิทยากรรับเชิญในด้านนั้นๆ เข้ามา ดังนั้นเราเพียงแค่หมั่นศึกษาและพัฒนาตนเองในเรื่องที่เขียน เราก็จะสามารถเล่าเรื่องราวต่างๆ เปลี่ยนจากผ่านแป้นคีย์บอร์ด ไปเป็นการบอกเล่าผ่านไมโครโฟนได้เหมือนกันครับ
4. จัดอบรม
กรณี ที่เรื่องที่เราเขียนนั้นมีคนอยากเรียนรู้หลายๆ คนพร้อมกันเราก็สามารถทำการเปิดหลักสูตรสัมมนาเพื่อให้ความรู้ทีเดียวพร้อม กันไปเลยครับ อันนั้นกรณีเปิดเป็นหลักสูตรสัมมนา แต่ถ้าหากว่าเราเป็น Blogger ที่ไม่ถนัดการพบปะผู้คน เราก็เปลี่ยนวิธีการอบรมของเราให้กับผู้อื่นผ่านสื่อต่างๆ เช่น Video Training หรือว่า DVD สอน แทนก็ได้ครับ
5.นักเขียนอิสระ
จากการหมั่นฝึกฝนการเขียนของเราผ่าน Blog อยู่เสมอๆ เราสามารถเสนองานเขียนของเราให้กับสื่ออื่นๆ ที่เนื้อเรื่องที่เราเขียนน่าจะเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะรับเขียนเป็นคอลัมน์ให้กับ เว็บไซต์, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ หรือสื่ออื่นๆ ก็ได้ครับ
เหล่านี้ที่เราสามารถเปลี่ยนการทำเงินออนไลน์ผ่าน Blog มาเป็นการใช้ประโยชน์ต่อเนื่องจาก Blog เพื่อสร้างรายได้จากทางอื่นเพิ่มเติมขึ้นมาได้ครับ เพื่อนๆ คนไหนมีวิธีอื่นที่อยากให้พูดถึงเขียนไว้ใน Comment ได้เลยครับ เผื่อว่าผมจะได้ไปลองหาข้อมูลมาเขียนให้ครับ สำหรับวิธีที่กล่าวถึงมานี้ วิธีไหนที่ถูกใจชาว Blogger เลือกหยิบกันไปใช้ได้เลยครับ
Posted on 30 September 2008 by SahutSa
วันนี้จะมา Review โปรแกรมการสร้าง Blog ที่มีอายุมากที่สุดในท้องตลาด Blogosphere
(โลกแห่ง Blog) นะครับ ว่าน่าใช้งานหรือไม่อย่างไร
1. แก่ : หมายถึง มีอายุมากที่สุดในวงการ Blog ทำให้มั่นใจได้ว่า เขาคือมืออาชีพจริง เพราะไม่งั้นอยู่ไม่ได้นานขนาดนี้ครับ
2.
ฟรี ! : ข้อนี้สำคัญสุดๆ เป็น Free Blogging Software แถมยังใช้งานง่าย ตามแบบฉบับของ
Google เช่นเคยครับ แต่ข้อเสียก็มีอยู่บ้างครับ ตรงที่ว่า Blog ของเราที่สร้างด้วย
Blogger.com นั้น จะต้องถูกบังคับให้มีแถบด้านบน ที่โชว์ Logo ของ Blogger.com , เท่านั้นยังไม่พอ Blogger.com ยังมีลิงค์เพื่อไปยัง “Blog ถัดไป” อีกด้วย ซึ่งบางครั้ง Blog นั้น ๆ ก็แค่ Blog ทั่วไป ไม่ได้เป็นประโยชน์กับ user ของ Blog เรา เท่าไหร่ครับ. ดูภาพประกอบได้ครับว่า แถบด้านบนหน้าตาเยี่ยงไร

Blogger NavBar
แถบนี้แหละครับ Blogger.com เขาเรียกว่า Navbar
3. ลูกเล่นเจ๋ง : Blogger.com ให้คุณสร้าง Blog ได้ไม่จำกัดจำนวน Blog และ ไม่จำกัดปริมาณของคนเข้า Blog เราด้วย ซึ่งถ้าหากเราไปใช้งานที่อื่นๆ แบบเสียเงินนั้น ค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายคือ ค่าพื้นที่ทำ Blog ซึ่งยิ่ง Blog เรารูปเยอะ,ใส่เพลง, ใส่ video เข้าไปมากๆ ก็คือเราใช้พื้นที่เยอะนั่นเองครับ พอคนเข้ามาดูเยอะๆ การแสดงรูป หรือ video ของแต่ละคน ก็ต่างคนต่างโหลดภาพ แสดงผลทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ว่า ผู้ให้บริการที่เราทำ Blog อยู่ด้วยนั้น เขาก็ต้องใช้ทรัพยากรในการแสดง Blog เรา เขาเรียกว่า Bandwidth ค่าใช้จ่ายเวลาทำ Blog หรือ Website หลักๆ ก็เสียอยู่ สองอย่างนี้แหละครับ ค่าพื้นที่ กับค่า Bandwidth แต่ Blogger.com ให้เราใช้ได้ไม่จำกัดเลยครับ จ๊าบป๊ะล่ะครับท่าน
4.
อื่นๆ : นอกจากที่กล่าวมาแล้ว Blogger.com ยังมีลูกเล่นเสริมเพิ่มเติมอีกมากมายเลยครับ เรียกว่าครบถ้วนกระบวนการทำ blog กันเลยครับ จะใส่ภาพ video เพลง ลิงค์ ข่าวสาร ฯลฯ ได้หมดเลยครับ ที่สำคัญ สมัครทำ Google AdSense โฆษณาที่ “แค่คลิกก็ได้เงิน” สมัครได้โดยตรงจาก Blogger.com เลยครับ นอกจากนี้ เราสามารถจดชื่อ domain ของเราได้เองด้วย เพราะตอนเริ่มต้นนั้น เราจะต้องใช้ชื่อ Blog แบบที่มีต่อท้ายด้วย www.ชื่อบล็อกเรา.blogspot.com ถ้า Blog เราดังแล้ว อยากมีชื่อเป็นของตนเอง ก็สามารถจดชื่อ
Domain Name (ชื่อเว็บไซต์) ได้เลยครับ เวลาคนพิมพ์ชื่อเว็บใหม่ ก็พาเข้ามายัง Blog เดิมเราได้เลยครับ
คะแนน : เต็ม 10 ผมให้รายนี้ 9/10 ครับ ตัดคะแนน แค่ว่า template (หน้าตาของ Blog) ยังไม่มีให้เลือกได้เยอะเท่ารายอื่นๆ ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าต่อไป template น่าจะเยอะกว่านี้แน่นอน เลยหักไว้หน่อยนึงครับ

Rich with Blogger.com Book
และสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากจะเริ่มต้นใช้งาน Blogger.com : เอฟได้เขียนวิธีการใช้งานอย่างละเอียด (มาก) เอาไว้ในหนังสือเล่มนี้แล้วครับเพื่อนๆ สามารถหาซื้อได้ที่ SE-ED ทุกสาขา หรือ สั่งซื้อโดยตรงแบบลด 15% ได้ที่
www.taradedu.com ครับ จริงๆ ผมว่า โทรสั่งซื้อเลยง่ายสุดๆ นะ 0-2640-0064 คุณดวงกมล
Posted on 28 September 2008 by SahutSa

Image by svenwerk via Flickr
5 เหตุผลดีๆ ที่ควรมี Blog เป็นของตนเอง
- มี Blog เอาไว้แสดงความคิดเห็นของคุณ สู่สายตาชาวโลก
Blog เป็นพื้นที่สวนตัวของคุณอยู่แล้ว ทุกวันนี้ทุกคนมีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง ถ้าหากคุณอยากแสดงความคิดเห็นของคุณให้ชาวโลกได้รับรู้แล้วล่ะก็ Blog คือ ทางเลือกหนึ่งที่สื่อสารได้ไกล ชัดเจน และ ละเอียด เหมาะกับคนที่มีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง อย่างแน่นอน “ฟันธง!”
- มี Blog เอาไว้ทำการตลาด
Blog ก้าวข้ามการเป็นเพียงแค่ diary online มานานมากแล้วครับ ดังนั้นนักการตลาดทั้งโลก รับรู้แล้วว่า การเขียน Blog สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ใกล้ชิดมากๆ สามารถสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็ว และ ตอบสนองความต้องการของ กลุ่มเป้าหมายได้ดีมาก เมื่อเทียบกับสื่ออื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องของต้นทุนการมี Blog ดังนั้นหากนักการตลาดสมัยใหม่ อยากเข้าใกล้กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น คุณควรจะเริ่มต้นมี Blog สัก Blog เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารทางการตลาดที่ประหยัดต้นทุน การทำโฆษณาของคุณได้ด้วย
- มี Blog เอาไว้ช่วยโลก
Blog นอกจากจะเอาไว้เป็นพื้นที่ส่วนตัวแล้ว Blog นับเป็นช่องทางการช่วยเหลือผู้อื่นได้ดีทีเดียว หากคุณเป็นคนตัวเล็กๆ แต่อยากจะช่วยเหลือคนอื่นบนโลกใบนี้ คุณอาจจะเริ่มต้นเขียนในสิ่งที่คุณรู้ และ คิดว่ามันจะมีประโยชน์ต่อคนอื่นๆ ได้ คุณสามารถเริ่ม “โครงการ Blog กู้โลก” ของคุณได้ทันที อาจจะเป็นเรื่องบางเรื่องที่คุณไม่คิดว่า เป็นเรื่องส่วนตัว แต่มีประโยชน์ เช่น แมวคุณป่วยด้วยโรคประหลาด แต่คุณสามารถหา สัตวแพทย์ ที่เชี่ยวชาญ แล้วรักษามันหาย และ คุณสัตวแพทย์ ก็ยังบอกคุณด้วยว่า มีแมวที่ป่วยเป็นโรคแบบเดียวกันนี้อีกเยอะ แต่เขาไม่รู้วิธีรักษา นั่นเอง …ถ้าคุณจะเพียงบอกผ่าน Blog ของคุณไปว่า จะไปตามหาสัตวแพทย์คนนี้ได้ที่ไหน…คุณว่า มันจะเป็นเรื่องดีขนาดไหน ที่เจ้าของแมว เขาสามารถรักษา แมวน้อยของเขาได้…
- มี Blog เอาไว้โชว์พาว (Power)
ข้อนี้สำหรับท่านทั้งหลายที่เป็นกูรู ในด้านต่างๆ แล้วอยากเผยแพร่ความรู้ที่ท่านได้พากเพียร เรียนรู้กันมาเป็นเวลานาน เพื่อให้ชาวบ้านได้รับรู้ เรื่องราวนั้นๆ ในแบบฉบับที่ย่อยได้ง่ายกว่า ข้อดีของ Blog ข้อหนึ่งก็คือ ท่านสามารถใช้เป็นที่เขียนต้นฉบับงานวิจัยของท่านได้เลยครับ แถมยังสามารถให้คนที่เข้ามาอ่านแสดงความคิดเห็นต่องานเขียน , ติ-ชม ได้อีกต่างหาก คิดดูสิครับ ว่าถ้างานเขียนของท่านเป็นงานเขียนที่มีคนช่วย ติ-ชม มากมายก่อนที่จะนำเสนอสู่สาธารณะ ใน version เต็มรูปแบบ งานเขียนของท่าน จะสุดยอด ขนาดไหน
- มี Blog เอาไว้รวมตัวชาวแกงค์
สำหรับวัยรุ่นทั้งหลาย ที่อยากพบเจอเพื่อนๆ ที่ชอบในสิ่งเดียวกัน แต่ว่ากระจัดกระจายอยู่ตามซอกหลืบของประเทศโลกที่สาม หรือ ตามช่องแคบยิบรอลตาร์ (Strait of Gibraltar) คุณก็สามารถนำเสนอสิ่งที่คุณชื่นชอบ ชื่นชม ด้วย Blog เอาไว้ แล้วเมื่อกลุ่มคนที่ชื่นชอบสิ่งเดียวกันกับคุณ ผ่านมาพบเจอเข้า เขาสามารถฝากข้อความถึงคุณได้ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อคุณสามารถรวมตัวกันได้ แหล่งความรู้ที่แต่ละคนได้สะสม ในสิ่งเดียวกัน ก็สามารถส่งผ่าน Blog ได้เป็นอย่างดี
ถ้านับข้อดีได้ 5 ข้อแล้ว จะรอช้าอะไรกันอีกล่ะครับ รีบสร้าง Blog กันเถิดครับ