Posted on 22 October 2008 by SahutSa
เทคนิคดีๆ สำหรับคนเพิ่งมี Blog (ภาค 2)
ภาคแรกเอฟก็ได้แนะนำเทคนิคสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเขียน Blog ไป 5 เทคนิคแล้วนะครับ ซึ่งหากเพื่อนๆ คนไหนลองไปทำดูแล้ว ก็ย่อมจะเห็นได้ครับว่าเพียงแค่เทคนิคเบื้องต้นเหล่านั้น เราก็สามารถเรียกคนเข้า Blog ของเราได้แล้วครับ เอาล่ะครับ ถ้าหากว่าใครยังไม่จุใจ ก็ลองมาอ่านเทคนิค อีก 5 ข้อที่เอฟจะแนะนำต่อไปนี้ดูครับ แล้วก็ลองเลือกไปปรับใช้ให้เข้ากับ Blog ของแต่ละท่านนะครับ เพราะว่า “Blog มีความเป็นเอกลักษณ์เสมอครับ ” ดังนั้น การเขียน Blog ของแต่ละคนนั่นแหละครับ เป็นตัวสร้างเอกลักษณ์ของ Blog ของตัวเราเอง ดังนั้นลักษณะการโปรโมท ก็อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเทคนิค เพื่อให้เข้ากันได้กับ Blog ของใครของมันครับ เพียงแต่ว่า ลองทำดูก่อนครับ เทคนิคไหน ไม่ใช่ หรือ ไม่ชอบ ก็ไม่ต้องใช้ครับ เลือกที่ใช้แล้วได้ผลดีกับ Blog ของเรานะครับ
6. พบเจอได้ง่ายๆ

Image via CrunchBase
การมี Blog ไม่ใช่ว่าแค่เขียนเนื้อหาลงไปบ่อยๆ แล้วจะมีคนติดตามอ่านเยอะๆ ได้เลย มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นครับ
การเขียนเนื้อหา นอกจากเขียนบ่อยๆ แล้วก็ต้องเขียนให้น่าอ่านได้ประโยชน์ และ ก็ต้องรู้จักโปรโมท Blog ของเราเอง
วิธีการหนึ่ง ก็คือ เอฟขอแนะนำให้ใช้งานพวก Social Bookmarking และ Social Networking ทั้งหลายครับ ไม่ว่าจะเป็น
Digg.com , StumbleUpon.com, หรือพวก hi5.com , Facebook.com LinkedIn.com เมื่อเรามีเพื่อนเยอะๆ ก็จะมีคนพบเห็น Blog ของเราได้มากขึ้น แถมเว็บเหล่านี้ก็ให้เราใช้บริการได้ฟรีด้วยครับ เหนื่อยตอนสร้างครั้งแรกนิดเดียวครับ หลังจากนั้นก็อัพเดทเรื่อยๆ ก็พอครับ
7. กล้าพอไหม

Image by msmail via Flickr
Blogger มืออาชีพทุกคน จะเป็นพวก “กล้าเสี่ยง” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่า พวกบ้าการพนันนะครับแต่ Blogger มืออาชีพเขาจะชอบ “เสี่ยง” กับเครื่องมือต่างๆ ที่สามารถนำเข้ามาใช้งานร่วมกันกับการเขียน Blog ของเขา เพื่อความแปลกใหม่ หรือ เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการเขียน Blogให้ได้มากขึ้นนั่นเอง แต่ว่าไม่ใช่จะเล่นมันทุกเครื่องไม้ เครื่องมือ ที่ออกมาใหม่เลยนะครับ
จะต้องมีการทดลองใช้งาน อ่าน review หรือ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของ โปรแกรมต่างๆ เสียก่อนแล้วจึงทำการนำมาใช้งานครับ พวกองค์ความรู้ต่างๆ ก็รวมอยู่ในข้อนี้ด้วยนะครับ
Blogger จะต้องหมั่นอัพเดทความรู้อยู่เสมอๆ
8. Help Me!
คนเราไม่ได้เกิดมาแล้วจะทำได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ ดังนั้นการที่ Blogger มือใหม่
จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจาก Blogger คนอื่นๆ ย่อมไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าอายแต่อย่างใด
แถมจะเป็นหัวข้อที่ทำให้เราได้รู้จักกับเพื่อนๆ ชาว Blogger คนอื่นๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้
ตามปกตินิสัยแล้ว Blogger มักจะเป็นกลุ่มคนที่ชอบให้ความช่วยเหลือเพื่อนๆ Blogger
ด้วยกันอยู่แล้ว ดังนั้นอย่าอายที่จะสร้างเพื่อนใหม่ด้วยการขอความช่วยเหลือเขาครับ
แต่ก็ไม่ใช่ว่า ขอความช่วยเหลือจนไม่เรียนรู้ด้วยตัวเองเลย ก็อาจจะถูกประนามหยามเหยียดเดียดฉันท์ ได้นะครับ
9. ขยันเรียนรู้
ไหนๆ ก็ปิดท้ายข้อที่แล้วเรื่องหัดเรียนรู้ด้วยตัวเอง ก็ขอขยายความแยกออกมาอีกข้อนึงเลยแล้วกันนะครับ
หากเราเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา สิ่งที่จะเห็นได้จากความขยันของเราก็คือ องค์ความรู้เหล่านั้น เราสามารถ
นำมาถ่ายทอดผ่าน post ต่างๆ ใน Blog ของเราได้ครับ ซึ่งก็จะทำให้ Blog ของเราน่าอ่าน และ น่าติดตามมากขึ้นไปอีกครับ
10. You are what your WRITE.

Image by Esther_G via Flickr
แน่นอนครับ การเขียน Blog คุณอย่าลืมนะครับว่า คุณคือ Brand คุณจะต้องแสดงความเป็นตัวตนของคุณเองผ่าน Blog ที่เขียน
เพราะคุณมีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร จงภูมิใจในความเป็นคุณ และสื่อสารมันออกมาให้โลกได้รู้ครับ ว่าคุณอยากสื่อสารอะไรผ่าน Blog ของคุณ
เอาล่ะครับเมื่อนับข้อดีได้ 10 ข้อแล้ว คิดว่าทุกท่านน่าจะพอได้ไอเดียไปสร้างสรรค์ Blog พอสมควร
แต่ว่าอย่าลืมนะครับว่า Blog เป็นเครื่องมือสื่อสารที่คนธรรมดาใช้เพื่อสื่อสารระหว่างตัวเขา กับคนบนโลกออนไลน์
ถ้าอยากให้ Blog มีคนอ่านเยอะๆ ต้องนึกด้วยว่า สิ่งที่คุณสื่อสารนั้น ควรจะมีประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ เพราะถ้าหากคุณเขียน Blog แต่ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ ดังนั้นจำนวนคนที่ชอบอ่านเรื่องส่วนตัวของคนอื่นไปวันๆ น้อยกว่าคนที่ต้องการหาเรื่องราวอ่านเพื่อพัฒนาความรู้ ดังนั้นหากเราให้ความรู้ได้ โอกาสที่คนจะติดตามอ่าน Blog เราก็จะเยอะมากขึ้นไปด้วยครับ
Posted on 21 October 2008 by SahutSa

Image by Pete Reed via Flickr
สำหรับบทความนี้ ขอมอบให้กับมือใหม่ ที่เพิ่งจะสนใจอยากมี Blog เป็นของตัวเองนะครับ
เป็นหัวข้อที่จะช่วยให้เรากำหนดทิศทางของ Blog ของเราได้ และ
จะเป็นส่วนช่วยให้การเขียน Blog ของเราทำได้ง่ายขึ้นมาก และ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
เพราะจะได้ไม่ไขว้เขว เขียนอะไรไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ ตามกระแสไปวันๆนะครับ
เริ่มกันเลยกับ 10 เทคนิคดีๆ สำหรับคนเพิ่งมี Blog
1. จะเขียน Blog ทำไมเนี่ย!
เราต้องตั้งเป้าหมายของการเขียน Blog ของเราให้ชัดเจนครับว่า อยากเขียนขึ้นมาเพื่ออะไร
- เพื่อรวบรวมผลงานของเรา
- เพื่ออัพเดทในสิ่งที่เราสนใจรวมไว้ในที่เดียวกัน
- เพื่อเป็นแหล่งแสดงความคิดเห็นร่วมกันกับคนอื่นๆ
- เพื่อตั้งตนเป็นใหญ่ในเรื่องที่เราถนัด
- เพื่อโปรโมทสินค้าหรือบริการบางอย่าง
2. คนที่คุณรู้ว่าใคร!
เราต้องรู้จักว่าใครคือกลุ่มคนที่เราเขียนให้อ่าน เพราะถ้าเรารู้จักผู้อ่านของเราดีมากพอ
เราจะสามารถเข้าใจวิธีคิด วิธีเขียน ของเขา ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าเราก็จะสามารถเลือก
วิธีการสื่อสารไปยังกลุ่มผู้อ่านของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
3. ต่อเนื่องคงเส้นคงวา
Blog ของเราก็เปรียบเสมือน ภาพลักษณ์ของเรานั่นเองครับ ดังนั้นหากเราเขียน Blog ได้อย่างสม่ำเสมอ
และน่าสนใจ ผลงานน่าอ่าน ไม่ใช่เขียนลวกๆ สิ่งที่เราจะได้กลับมาจากความสม่ำเสมอของเรานี้
ก็คือการที่ผู้อ่าน Blog ของเราจะกลับมาเยี่ยม Blog เราบ่อยๆ นั่นเอง
ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารออกไป ก็จะมีผู้รับฟังมากขึ้นนั่นเอง
4. อึด-นรก
Blog ที่ขยันเขียนแม้ว่าตัว Blogger จะยุ่งมาก แทบจะไม่มีเวลาเขียน แต่ก็ปลีกเวลามาเขียน Blog
ให้กับผู้อ่านที่คอยติดตามอยู่ได้นั้น ถือว่านั่นคือมืออาชีพครับ เนื่องจากเป็นการเขียน เพื่อคนอื่น
ไม่ใช่เพื่อตัวเอง ลองไปสังเกตุดูได้ครับว่า Blog ที่มีชื่อเสียงนั้น Blog จะมีการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ
ก่อนที่ Blog ของเขาจะมีชื่อเสียงเสียอีกครับ
5. เม้นท์หน่อยดิ่
Blog ของเราจริงๆ เหมือนเป็นของเราครับ แต่เราเขียนขึ้นมา เมื่อมีผู้อ่าน เขาอาจจะมีความคิดเห็นอะไรเกิดขึ้น
หลังจากที่อ่าน Blog ของเราไปแล้ว ดังนั้นหากเราจะเปิดใจ รับฟังความคิดเห็นของผู้อ่านด้วยก็จะเป็นการสนับสนุน
หลักการในข้อสองของเรานั่นเองครับ เราจะได้รู้ว่า “ใคร” คือผู้อ่าน Blog ของเรา แล้วเขามีความเห็นต่อเรื่องที่เราเขียน
เป็นอย่างไร เราต้องกระตุ้นให้เขาเหล่านั้นเขียน Comment ในแต่ละโพสต์ของเราครับ แต่ว่าเราต้องให้ความสำคัญ
กับ Comment ของเขาด้วยนะครับ ต้องมีการตอบกลับ หรือ แสดงความขอบคุณด้วย ก็จะทำให้ผู้อ่านของเรา
รู้สึกได้ว่า เขามีตัวตนอยู่บน Blog ของเรา เขาก็จะกลับมาบ่อยๆ ครับ
ว่าแต่ว่า เกี่ยวกับ Blog นี้ ท่านผู้อ่านมีความเห็นอย่างไรกันบ้างครับ
เขียน Comment ไว้ใต้โพสต์นี้ได้เลยนะครับ
มีต่อภาคสองนะครับ โปรดติดตามอ่านกันด้วยนะครับ
Posted on 14 October 2008 by SahutSa

Image by basegreen via Flickr
โลกของ Blog นั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และ แน่นอนครับว่าการที่เราจะติดตามข่าวสารการเปลี่ยนแปลง ลูกเล่นต่างๆ รวมถึง โอกาสในการทำ Blog ของเราให้โด่งดังขึ้นมาเพราะความรวดเร็วของการเขียน Blog ของเรา ดังนั้นการที่เราจะเริ่มต้นเขียน Blog ได้อย่างรวดเร็วนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้การสร้าง Blog หรือเคยเขียน Blog มาบ้างแล้วแบบมือสมัครเล่น แต่เริ่มอยากจะมี Blog ของคุณเอง เพื่อการปรับแต่งที่สามารถทำได้มากขึ้น
เอฟคิดว่าโพสต์นี้น่าจะมีประโยชน์ครับ
ถ้าอยากเริ่มต้นมี Blog เป็นของตัวเอง (ไม่ใช่แบบเขียนฟรี ตามเว็บผู้ให้บริการเขียน Blog ฟรีนะครับ)
- เลือก Software ที่จะใช้เขียน Blog
- เลือก Blog Hosting
- เลือกหัวข้อของ Blog ที่จะเขียนถึง
- จดโดเมนเนม
- สร้าง Blog ของคุณขึ้นมา
- เริ่มต้นเขียนโพสต์
เห็นมั้ยครับ หลักการง่ายๆ เหล่านี้ครับ รับรองว่า เพื่อนๆ มือใหม่ หรือ มือสมัครเล่น
จะไม่หลงทาง ว่าวันนี้หา theme วันนี้ เลือกโปรแกรมเขียน Blog วันต่อมาสร้าง Blog
เขียนไปเขียนมา เพิ่งจะรู้ว่า โปรแกรมสร้าง Blog ที่ใช้เป็นโปรแกรมที่คนเลิกใช้กันไปนานแล้ว
ทำให้ต้องมานั่งเสียเวลาติดตั้ง Blog ใหม่
ขั้นตอนเหล่านี้จะทำให้เพื่อนๆ เริ่มต้นมี Blog เป็นของตัวเอง (แบบของเราเองจริงๆ)
และเริ่มต้นการทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างเต็มรูปแบบต่อไปครับ
Posted on 30 September 2008 by SahutSa
วันนี้จะมา Review โปรแกรมการสร้าง Blog ที่มีอายุมากที่สุดในท้องตลาด Blogosphere
(โลกแห่ง Blog) นะครับ ว่าน่าใช้งานหรือไม่อย่างไร
1. แก่ : หมายถึง มีอายุมากที่สุดในวงการ Blog ทำให้มั่นใจได้ว่า เขาคือมืออาชีพจริง เพราะไม่งั้นอยู่ไม่ได้นานขนาดนี้ครับ
2.
ฟรี ! : ข้อนี้สำคัญสุดๆ เป็น Free Blogging Software แถมยังใช้งานง่าย ตามแบบฉบับของ
Google เช่นเคยครับ แต่ข้อเสียก็มีอยู่บ้างครับ ตรงที่ว่า Blog ของเราที่สร้างด้วย
Blogger.com นั้น จะต้องถูกบังคับให้มีแถบด้านบน ที่โชว์ Logo ของ Blogger.com , เท่านั้นยังไม่พอ Blogger.com ยังมีลิงค์เพื่อไปยัง “Blog ถัดไป” อีกด้วย ซึ่งบางครั้ง Blog นั้น ๆ ก็แค่ Blog ทั่วไป ไม่ได้เป็นประโยชน์กับ user ของ Blog เรา เท่าไหร่ครับ. ดูภาพประกอบได้ครับว่า แถบด้านบนหน้าตาเยี่ยงไร

Blogger NavBar
แถบนี้แหละครับ Blogger.com เขาเรียกว่า Navbar
3. ลูกเล่นเจ๋ง : Blogger.com ให้คุณสร้าง Blog ได้ไม่จำกัดจำนวน Blog และ ไม่จำกัดปริมาณของคนเข้า Blog เราด้วย ซึ่งถ้าหากเราไปใช้งานที่อื่นๆ แบบเสียเงินนั้น ค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายคือ ค่าพื้นที่ทำ Blog ซึ่งยิ่ง Blog เรารูปเยอะ,ใส่เพลง, ใส่ video เข้าไปมากๆ ก็คือเราใช้พื้นที่เยอะนั่นเองครับ พอคนเข้ามาดูเยอะๆ การแสดงรูป หรือ video ของแต่ละคน ก็ต่างคนต่างโหลดภาพ แสดงผลทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ว่า ผู้ให้บริการที่เราทำ Blog อยู่ด้วยนั้น เขาก็ต้องใช้ทรัพยากรในการแสดง Blog เรา เขาเรียกว่า Bandwidth ค่าใช้จ่ายเวลาทำ Blog หรือ Website หลักๆ ก็เสียอยู่ สองอย่างนี้แหละครับ ค่าพื้นที่ กับค่า Bandwidth แต่ Blogger.com ให้เราใช้ได้ไม่จำกัดเลยครับ จ๊าบป๊ะล่ะครับท่าน
4.
อื่นๆ : นอกจากที่กล่าวมาแล้ว Blogger.com ยังมีลูกเล่นเสริมเพิ่มเติมอีกมากมายเลยครับ เรียกว่าครบถ้วนกระบวนการทำ blog กันเลยครับ จะใส่ภาพ video เพลง ลิงค์ ข่าวสาร ฯลฯ ได้หมดเลยครับ ที่สำคัญ สมัครทำ Google AdSense โฆษณาที่ “แค่คลิกก็ได้เงิน” สมัครได้โดยตรงจาก Blogger.com เลยครับ นอกจากนี้ เราสามารถจดชื่อ domain ของเราได้เองด้วย เพราะตอนเริ่มต้นนั้น เราจะต้องใช้ชื่อ Blog แบบที่มีต่อท้ายด้วย www.ชื่อบล็อกเรา.blogspot.com ถ้า Blog เราดังแล้ว อยากมีชื่อเป็นของตนเอง ก็สามารถจดชื่อ
Domain Name (ชื่อเว็บไซต์) ได้เลยครับ เวลาคนพิมพ์ชื่อเว็บใหม่ ก็พาเข้ามายัง Blog เดิมเราได้เลยครับ
คะแนน : เต็ม 10 ผมให้รายนี้ 9/10 ครับ ตัดคะแนน แค่ว่า template (หน้าตาของ Blog) ยังไม่มีให้เลือกได้เยอะเท่ารายอื่นๆ ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าต่อไป template น่าจะเยอะกว่านี้แน่นอน เลยหักไว้หน่อยนึงครับ

Rich with Blogger.com Book
และสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากจะเริ่มต้นใช้งาน Blogger.com : เอฟได้เขียนวิธีการใช้งานอย่างละเอียด (มาก) เอาไว้ในหนังสือเล่มนี้แล้วครับเพื่อนๆ สามารถหาซื้อได้ที่ SE-ED ทุกสาขา หรือ สั่งซื้อโดยตรงแบบลด 15% ได้ที่
www.taradedu.com ครับ จริงๆ ผมว่า โทรสั่งซื้อเลยง่ายสุดๆ นะ 0-2640-0064 คุณดวงกมล
Posted on 28 September 2008 by SahutSa

Image via Wikipedia
- มี Blog เพื่อสร้างความแตกต่าง
เมื่อทุกคนบอกว่า โลกแบน แต่ columbus สามารถแสดงความแตกต่างได้ จนได้รับการพิสูจน์ ให้รับรู้กันทั่วไปว่า “จริงๆ แล้วโลกกลม” ถ้าหากสมัยนั้นมี Blog columbus น่าจะสามารถใช้ Blog ปลุกกระแสโลกกลมได้ง่ายกว่าแน่นอน ดังนั้น คุณก็เช่นกัน สามารถสร้างความแตกต่าง ตามความคิดเห็นของคุณได้ คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้คิดแบบคุณ แต่คุณ ก็สามารถมีพื้นที่แสดงความคิดของคุณไว้ได้ครับ ถ้าหากคุณมีความคิดเป็นของคุณเอง และ คิดว่าควรจะแสดงออกให้คนอื่นมองในมุมเดียวกันกับคุณบ้าง ก็ลองมี Blog ดูเถิดครับ
- มี Blog เอาไว้จดบันทึก
เมื่อคุณมีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่คุณสนใจ แล้วคิดว่ามีประโยชน์ที่จะนำกลับมาศึกษาได้อีก ดังนั้นแทนที่คุณจะจดบันทึกลงสมุดบันทึกเอาไว้อ่านคนเดียว แถมลายมือ ก็ขยุกขยุย เพราะเรียนไปจดไป คุณสามารถใช้ Blog เพื่อจดบันทึกสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ได้ครับ ซึ่งนอกจากจะอ่านได้ง่ายกว่า แล้ว คุณยังสามารถแนบลิงค์แหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้อีกด้วย
- มี Blog เอาไว้ติดต่อ เพื่อน หรือ ญาติ
ทุกวันนี้การเดินทางข้ามประเทศ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแต่ว่า ถ้าหากคุณไม่มีเวลามากพอที่จะเดินทางไปมาหาสู่ เพื่อนๆ หรือ ญาติของคุณได้หมดทุกคน Blog คือเครื่องมือที่จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ ของคุณ กับเพื่อนๆ หรือ ญาติๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะคุณสามารถแบ่งปัน ภาพถ่ายล่าสูด, เล่าเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวล่าสุดที่คุณได้ไปมา, ฯลฯ ซึ่ง ผู้คนที่คุณ ห่างเหินกันนานๆ สามารถเข้ามามส่วนร่วมกับเหตุการณ์ ณ ปัจจุบัน ของคุณได้ด้วยครับ
- มี Blog เอาไว้หาเงินออนไลน์
ทุกวันนี้การสร้างรายได้ออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้วครับ เพียงแต่คุณต้องเรียนรู้ วิธีการ เท่านั้นเอง เนื่องจากระบบอินเตอร์เน็ตของประเทศไทยยังก้าวตามต่างประเทศอีกมาก ดังนั้น คุณก็สามารถเตรียมพร้อมกับการสร้างรายได้ ด้วยธุรกิจของคุณเอง ผ่าน Blog ของคุณได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น Google AdSense (แค่คลิกก็ได้เงิน ของจริง จาก Google Inc.) หรือ การสร้างรายได้ด้วยระบบ Affiliate (นายหน้าขายสินค้าออนไลน์) ซึ่งคุณสามารถขายสินค้าทุกอย่างบนโลก ได้โดยไม่ต้องมีต้นทุกซื้อของมาเลยด้วยซ้ำ ดังนั้น ถ้าคุณอยากจะนอนทำงานอยู่บ้าน หรือ ริมทะเล ก็ควรจะเริ่มต้นเรียนรู้
การสร้าง Blog เป็นของคุณเองได้แล้วครับ
- มี Blog ไว้เล่นสนุก และ แสดงความคิดสร้างสรรค์
Blog เป็นพื้นที่ส่วนตัวอยู่แล้ว ดังนั้น คุณสามารถจะแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ทดสอบอะไรอย่างที่คุณสนใจ แสดงผลงานต่าง ๆ ของคุณได้เต็มที่ ดังนั้น Blog จึงไม่ใช่แค่สมุดบันทึกเพียงอย่างเดียว แต่คุณสามารถนำ Blog มาเล่นสนุกตามใจชอบได้เลย นอกจากนี้ คุณสามารถทดลองสอบถามคนอื่นๆ เกี่ยวกับงาน หรือ การทดลอง ต่างๆ ที่คุณคิดขึ้นมา น่าสนใจมากน้อยเพียงใด เพื่อเป็นไอเดีย ให้คุณสร้างสรรค์งานต่าง ๆ ต่อไปได้ด้วยนะเอ้า
เห็นมั้ยครับว่ามีแต่เหตุผลดีๆ ทั้งนั้นที่คุณควรจะมี Blog
แล้วคุณล่ะอยากสร้าง Blog เพื่ออะไร ตัดสินใจเลือกกันได้หรือยังครับ