Posted on 23 April 2009 by SahutSa
วันเสาร์ และ อาทิตย์ต่อไปนี้ผมต้องไปเข้าห้องเรียนกับพี่ๆ เพื่อน ๆ ในโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่
โดยรุ่นที่ 3/2552 ของผมนี้ จะมีการอบรมระหว่างวันที่ 18 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2552
ซึ่งหน่วยร่วมที่ผมได้เข้าเรียนนี้ จัดโดยสมาคมส่งเสริมคุณภาพแห่งประเทศไทยครับ
สัปดาห์แรกของการเรียน : วันที่ 18-19 เมษายน 2552
วันเสาร์ : เป็นวันที่ผมมาเข้าเรียนไม่ทัน เนื่องจากสงกรานต์ปี 2552 นี้ผมไปเข้าวัดถือศีล 8 มาเป็นเวลา 6 วันครับ (จริง ๆตั้งใจจะให้ครบ 7 วันครับ) แต่ว่าวันเสาร์ที่บ้านผมที่นครสวรรค์ มีการทำบุญครบรอบ 100 วันของคุณลุงครับ และช่วงสงกรานต์ผมก็ไม่ได้อยู่กับที่บ้านเลย ก็เลยได้แค่ 6 วัน , กลับมาเรื่องอบรม ผมก็ถามเพื่อน ๆ พี่ๆ และ เจ้าหน้าที่ครับว่าเมื่อวันเสาร์มีเรียนเรื่องอะไรไปบ้าง เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า เป็นการแนะนำเรื่องต่างๆ ที่เราต้องเรียนและสิ่งที่ทุกคนต้องทำความเข้าใจครับ ตอนบ่ายๆ ก็มีกิจกรรมเพื่อละลายพฤติกรรมของนักเรียนให้เข้ากัน รักกัน และ จะได้ช่วยเหลือกัน ระหว่างเรียนได้ครับ แบ่งกลุ่มกันเรียบร้อย รู้สึกว่า ผมได้อยู่กลุ่ม ขนมหวาน (ผมยังไม่ทราบที่มาของชื่อกลุ่มเหมือนกันครับ)
วันอาทิตย์ : วันนี้เป็นการเกริ่นนำอีกเช่นเคย เป็นการสอนโดยอาจารย์ นพพร (อาจารย์ครับ ผมจำนามสกุลอาจารย์ไม่ได้ ต้องกลับไปที่บ้านดูเอกสารก่อน) ก็มีเรื่องของการตอบตัวเองให้ได้ว่า “คุณแน่ใจเหรอว่าอยากเป็นผู้ประกอบการ”, คุณสมบัติของผู้ที่จะสามารถประสบความสำเร็จ กับการเป็นผู้ประกอบการที่ดีได้, และ สอบถามเรื่องพื้นฐานเบื้องต้นของแต่ละธุรกิจที่นักเรียนเสนอมา
นักเรียนที่ไม่มาวันเสาร์ มี 3 คนครับ มีผม และ พี่ปิ๊ก(ทนายความสาว) และ อีกท่านนึงน่าจะเป็นคุณเอม รับจัดดอกไม้สด-แห้ง
เลยโดนเรียกออกไปหน้าห้องเพื่อชี้แจ้ง และให้เพื่อนๆ รุมถามคำถาม ที่จะต้องเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการเรียน
ทำให้บรรยากาศ ไม่ตื่นตระหนกเกินไปสำหรับนักเรียนร่วมชั้นที่เพิ่งมาใหม่อย่างผม
การเรียนการสอนอาจารย์เน้นว่า จะเป็นการเรียนสอนสร้างให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ที่ รู้จักพอเพียง ทำธุรกิจไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเ้น้นไปที่ลูกค้ากลุ่มไฮโซ การจัดแต่งร้านเน้นการใช้สมอง การใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจ อาจารย์บอกว่าจริงๆ แล้วปีก่อนๆ รัฐบาลลงทุนให้ครับโครงการ เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่นี้ ปีละหลายร้อยร้าน แต่ว่าพอมาปี 2552 นี้ เหลือแค่ประมาณ 100 – 200 ล้าน (ทั่วประเทศนะครับ) แต่ผมมานั่งดูๆ แล้วคิดว่าคงเป็นเพราะมีโครงการต้นกล้าอาชีพ
ซึ่งผมไปดูรายละเอียดแล้วเห็นว่า มีการเรียนการสอนต่อเนื่องยาวไปถึงประมาณกลางปีเลยครับ และสำหรับผู้เข้าเรียนโครงการต้นกล้าอาชีพนี้ ผมเห็นแว๊บๆ ว่ามีการให้ค่าเบี้ยเลี้ยงด้วยวันละ 160 บาท ตลอดหลักสูตร เมื่อมองจุดนี้ก็เลยคิดว่างบประมาณสำหรับโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่น่าจะถูกโยกไปให้โครงการนี้แทน อาจเป็นเพราะการให้ผู้ที่อยากทำธุรกิจ เสนอมา ไม่เหมาะกับสภาพสังคมของประเทศไทย เลยจับหลักสูตรมัดมือชกไปเลยแล้วให้ลงชื่อเข้าเรียนแทน คนไทยก็เป็นซะแบบนี้อ่ะ ไม่ค่อยคิดอะไรให้มากความ เรียนๆ ไปแล้วก็ทำธุรกิจเหมือน ๆ กันออกมา
เรียนไปได้เงิน พอจบออกมาไม่ได้เบี้ยเลี้ยงก็มีสองทางเลือกว่าจะไปนั่งใบ้ไร้อาชีพอีก หรือว่าจะเอาความรู้่ที่ได้มาเอาไปลงมือประกอบอาชีพจริงๆ เท่านั้นเองครับ ผมดีใจที่รัฐบาลสนับสนุนเรื่องรากหญ้าให้ทำมาหากินเองเป็นจะได้จ่ายภาษีกลับคืนมา ไม่ใช่อะไรๆ ก็เรียกร้องประท้วงกัน ทั้งๆ ภาษีก็ไม่ได้จ่ายให้รัฐบาลแท้ๆ (แอบเคือง) แต่คนเรามีหลายทางเลือกครับ และต่างคนต่างมีความจำเป็นแตกต่างกันไปโทษใครไม่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมพร้อมและรู้จัก “ลงทุนในตัวเองก่อน” แล้วจึงค่อยไปลงทุนในอย่างอื่น
ดังนั้นไม่ว่าคุณหรือใครที่อยากจะเป็นผู้ประกอบการ หรือ แค่อยากทำอะไรให้สำเร็จ อย่างแรกคือหาความรู้ให้ตัวเอง แล้วเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสที่จะเข้ามาถึงเสมอนะครับ แล้วก็ค่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์๋็แล้วก้าวเข้าไปให้ใกล้เป้าหมายเรื่อยๆ วันนึงก็ต้องถึงจนได้ครับ
“ขนาดยอดชาเขียวชั้นเลิศ หนอนชาเขียวเคลื่อนที่ละกระดื้บ ๆ ยังไปกินได้เลยครับ”
ระวังจะอายหนอนมันนะครับ
Posted on 22 October 2008 by SahutSa
เทคนิคดีๆ สำหรับคนเพิ่งมี Blog (ภาค 2)
ภาคแรกเอฟก็ได้แนะนำเทคนิคสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเขียน Blog ไป 5 เทคนิคแล้วนะครับ ซึ่งหากเพื่อนๆ คนไหนลองไปทำดูแล้ว ก็ย่อมจะเห็นได้ครับว่าเพียงแค่เทคนิคเบื้องต้นเหล่านั้น เราก็สามารถเรียกคนเข้า Blog ของเราได้แล้วครับ เอาล่ะครับ ถ้าหากว่าใครยังไม่จุใจ ก็ลองมาอ่านเทคนิค อีก 5 ข้อที่เอฟจะแนะนำต่อไปนี้ดูครับ แล้วก็ลองเลือกไปปรับใช้ให้เข้ากับ Blog ของแต่ละท่านนะครับ เพราะว่า “Blog มีความเป็นเอกลักษณ์เสมอครับ ” ดังนั้น การเขียน Blog ของแต่ละคนนั่นแหละครับ เป็นตัวสร้างเอกลักษณ์ของ Blog ของตัวเราเอง ดังนั้นลักษณะการโปรโมท ก็อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเทคนิค เพื่อให้เข้ากันได้กับ Blog ของใครของมันครับ เพียงแต่ว่า ลองทำดูก่อนครับ เทคนิคไหน ไม่ใช่ หรือ ไม่ชอบ ก็ไม่ต้องใช้ครับ เลือกที่ใช้แล้วได้ผลดีกับ Blog ของเรานะครับ
6. พบเจอได้ง่ายๆ

Image via CrunchBase
การมี Blog ไม่ใช่ว่าแค่เขียนเนื้อหาลงไปบ่อยๆ แล้วจะมีคนติดตามอ่านเยอะๆ ได้เลย มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นครับ
การเขียนเนื้อหา นอกจากเขียนบ่อยๆ แล้วก็ต้องเขียนให้น่าอ่านได้ประโยชน์ และ ก็ต้องรู้จักโปรโมท Blog ของเราเอง
วิธีการหนึ่ง ก็คือ เอฟขอแนะนำให้ใช้งานพวก Social Bookmarking และ Social Networking ทั้งหลายครับ ไม่ว่าจะเป็น
Digg.com , StumbleUpon.com, หรือพวก hi5.com , Facebook.com LinkedIn.com เมื่อเรามีเพื่อนเยอะๆ ก็จะมีคนพบเห็น Blog ของเราได้มากขึ้น แถมเว็บเหล่านี้ก็ให้เราใช้บริการได้ฟรีด้วยครับ เหนื่อยตอนสร้างครั้งแรกนิดเดียวครับ หลังจากนั้นก็อัพเดทเรื่อยๆ ก็พอครับ
7. กล้าพอไหม

Image by msmail via Flickr
Blogger มืออาชีพทุกคน จะเป็นพวก “กล้าเสี่ยง” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่า พวกบ้าการพนันนะครับแต่ Blogger มืออาชีพเขาจะชอบ “เสี่ยง” กับเครื่องมือต่างๆ ที่สามารถนำเข้ามาใช้งานร่วมกันกับการเขียน Blog ของเขา เพื่อความแปลกใหม่ หรือ เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการเขียน Blogให้ได้มากขึ้นนั่นเอง แต่ว่าไม่ใช่จะเล่นมันทุกเครื่องไม้ เครื่องมือ ที่ออกมาใหม่เลยนะครับ
จะต้องมีการทดลองใช้งาน อ่าน review หรือ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของ โปรแกรมต่างๆ เสียก่อนแล้วจึงทำการนำมาใช้งานครับ พวกองค์ความรู้ต่างๆ ก็รวมอยู่ในข้อนี้ด้วยนะครับ
Blogger จะต้องหมั่นอัพเดทความรู้อยู่เสมอๆ
8. Help Me!
คนเราไม่ได้เกิดมาแล้วจะทำได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ ดังนั้นการที่ Blogger มือใหม่
จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจาก Blogger คนอื่นๆ ย่อมไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าอายแต่อย่างใด
แถมจะเป็นหัวข้อที่ทำให้เราได้รู้จักกับเพื่อนๆ ชาว Blogger คนอื่นๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้
ตามปกตินิสัยแล้ว Blogger มักจะเป็นกลุ่มคนที่ชอบให้ความช่วยเหลือเพื่อนๆ Blogger
ด้วยกันอยู่แล้ว ดังนั้นอย่าอายที่จะสร้างเพื่อนใหม่ด้วยการขอความช่วยเหลือเขาครับ
แต่ก็ไม่ใช่ว่า ขอความช่วยเหลือจนไม่เรียนรู้ด้วยตัวเองเลย ก็อาจจะถูกประนามหยามเหยียดเดียดฉันท์ ได้นะครับ
9. ขยันเรียนรู้
ไหนๆ ก็ปิดท้ายข้อที่แล้วเรื่องหัดเรียนรู้ด้วยตัวเอง ก็ขอขยายความแยกออกมาอีกข้อนึงเลยแล้วกันนะครับ
หากเราเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา สิ่งที่จะเห็นได้จากความขยันของเราก็คือ องค์ความรู้เหล่านั้น เราสามารถ
นำมาถ่ายทอดผ่าน post ต่างๆ ใน Blog ของเราได้ครับ ซึ่งก็จะทำให้ Blog ของเราน่าอ่าน และ น่าติดตามมากขึ้นไปอีกครับ
10. You are what your WRITE.

Image by Esther_G via Flickr
แน่นอนครับ การเขียน Blog คุณอย่าลืมนะครับว่า คุณคือ Brand คุณจะต้องแสดงความเป็นตัวตนของคุณเองผ่าน Blog ที่เขียน
เพราะคุณมีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร จงภูมิใจในความเป็นคุณ และสื่อสารมันออกมาให้โลกได้รู้ครับ ว่าคุณอยากสื่อสารอะไรผ่าน Blog ของคุณ
เอาล่ะครับเมื่อนับข้อดีได้ 10 ข้อแล้ว คิดว่าทุกท่านน่าจะพอได้ไอเดียไปสร้างสรรค์ Blog พอสมควร
แต่ว่าอย่าลืมนะครับว่า Blog เป็นเครื่องมือสื่อสารที่คนธรรมดาใช้เพื่อสื่อสารระหว่างตัวเขา กับคนบนโลกออนไลน์
ถ้าอยากให้ Blog มีคนอ่านเยอะๆ ต้องนึกด้วยว่า สิ่งที่คุณสื่อสารนั้น ควรจะมีประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ เพราะถ้าหากคุณเขียน Blog แต่ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ ดังนั้นจำนวนคนที่ชอบอ่านเรื่องส่วนตัวของคนอื่นไปวันๆ น้อยกว่าคนที่ต้องการหาเรื่องราวอ่านเพื่อพัฒนาความรู้ ดังนั้นหากเราให้ความรู้ได้ โอกาสที่คนจะติดตามอ่าน Blog เราก็จะเยอะมากขึ้นไปด้วยครับ