วันนี้ได้ไปทานข้าวเย็นที่ร้าน ปาเต๊ะ ตรงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาครับ
หาเบอร์จากอินเทอร์เน็ต แต่ว่าดันไปได้เบอร์เก่ามา ซึ่งปัจจุบันกลายเป็น Service Apartment ไปแล้ว
โทรไปจนสายตัด 6 รอบ สุดท้ายก็ได้มาอีกเบอร์ เกือบจะไม่ได้ไปกินที่ ปาเต๊ะแล้ว
รวมลิงค์ปาเต๊ะ :
ปาเต๊ะลาดพร้าว ลิงค์นี้ไม่มีเบอร์โทร
ปาเต๊ะลาดพร้าว + อนุสาวรีย์ชัยฯ ลิงค์นี้มีเบอร์โทรครับ
เกือบจะไปพงษ์หลีภัตตาคารแล้ว แต่ผมรู้สึกไปเองว่า ร้านพงษ์หลี ดูจีนๆ เก่าๆ ไปหน่อย
เลยพยายามติดต่อร้านปาเต๊ะให้ได้ สุดท้ายก็เลยได้มาทานข้าวเย็นกันที่นี่
กระทันหันไปหน่อยแต่ก็รอดตัวไปได้
มีโทรไปสอบถามที่ร้าน pola pola สาขาเกษตรมา เพราะผมเคยเป็นเด็กเสริ์ฟที่นั่น
และอาจารย์นพพร ไพรัตน์ อาจารย์ท่านเคยพูดถึงร้านนี้เป็น case study นิดหน่อย
แต่ทางร้านนึกว่าผมโทรไปจองไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ผมแจ้งว่าผมแค่สอบถามรายละเอียดก่อน
วันนี้ร้าน pola pola พนักงานชื่อสังวาลย์ โทรมาสอบถามเพื่อยืนยันการจอง
ก็เลยได้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ของทางร้านลงไว้ว่าจอง
เกือบทำให้เขาเสียลูกค้าไปตั้ง 15 ที่แล้วไหมล่ะครับ
ร้านปาเต๊ะอาหารที่อร่อยถูกใจผมสุดๆ ก็คือ ยำเนื้อญี่ปุ่น โอ้วๆ น้ำลายไหล
แต่ว่าทานเสร็จปุ๊ป พี่ปุ้ย พี่ยอดเซียนโปรแกรมเมอร์ ที่เคยรับงานให้องค์การสหประชาชาติ
ที่ผันตัวมาทำธุรกิจของตัวเอง ก็มาเล่าสาเหตุที่พี่เขาทางเจติดต่อกันมา 5 ปีให้ฟัง
ว่ามันเป็นเรื่องของกฏแห่งกรรม ระวังเหอะ พวกคนที่ผิดศีลเยอะๆ ทั้งหลาย
ผมไม่อยากจะขู่นะเหอๆ ฟังแล้ว พรุ่งนี้เป็นวันพระ ผมเลยตั้งใจว่า จะเริ่มต้นพยายาม
ทานอาหารเจให้ได้มากที่สุด จะงดเนื้อสัตว์ไปให้หมด ให้ได้
ผมมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้คนมีศีล มีน้ำใจครับ ใครไม่มีศีล หรือเห็นแก่ตัว อย่าเข้ามาใกล้ผมนะครับ
บ่นเยอะไปแระ ดูรูปบรรยากาศร้านปาเต๊ะกันดีกว่าครับ







