Archive | Smart Life

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , ,

มาชวนไปเที่ยวบ้านตากอากาศกันครับ

Posted on 23 March 2009 by SahutSa

ไปบ้านตากอากาศของผมด้วยกันมั้ยครับ (ใกล้ๆ แค่นี้เอง)
หลายวันแระเพิ่งจะว่างโพสต์วันก่อนได้มีโอกาสไปนั่งกินข้าวกับน้องๆ ที่ออฟฟิศ เนื่องจากติดค้างหนี้ชีวิต
(55 น้องมันช่วยงานเร่งๆ ด่วนๆ ไว้หลายรอบมากๆ) เลยเหมารวมเป็นเจ้ามือให้น้องๆ
รวบยอด พร้อมรับขวัญวันปีใหม่ไปด้วยเลย ให้น้องมันเลือกร้านมา
(ประเด็นสำคัญสุดบอกว่า…พี่ให้งบหัวละ 89 บาทนะ คริคริ )

ถึงวันนัดหมาย ก็พากันออกเดินทาง น้องบอกว่าชื่อ ร้านบ้านตากอากาศ
เพื่อนของน้องซึ่งเป็นนักดนตรีแนะนำมาว่า บรรยากาศน่าไปนั่งชิลมั่กๆ น้องมันก็เลยลากไป
ร้านอยู่แถวๆ เลียบทางด่วนรามอินทรา
แผนที่นี่ไปตามหามาจากหน้า Blog ของทางร้านครับ http://takrkad.blogspot.com/

เราโทรไปจองไว้ก่อน เพราะไอ้น้องมันกลัวเราไม่พาไป (เพราะเบี้ยวมันหลายรอบแระ)
พอไปถึงก็เราก็ขอเลือกโต๊ะอีกที
วันที่เราไปรู้สึกว่าจะเป็นวันพฤหัส แต่คนก็มีนั่งอยู่หลายโต๊ะเหมือนกันครับ
แต่ก็ยังมีมุมน่ารักๆ ส่วนตัวให้เลือกได้บรรยากาศร้านน่าชิลลลลลเกินคาด
สุดท้ายแล้วเราก็เลือกที่นั่งได้บรรยากาศที่นั่งพวกเรา ตามภาพแรกนี่เลยครับ

พอเรานั่งลงวางของและหายใจหายคอซักแป๊ปนึง น้องพนักงานเสริ์ฟก็เอาเมนูมาให้เราเลือกรายการอาหารครับ
เสริ์ฟมาพร้อมกับลูกชิ้นหมู เด้งดึ๋งๆ เนื้อแน่น น่ารักๆ แบบในภาพครับ (ให้เราชิมฟรี คนละถ้วย)
คิดเอาแล้วกันว่าร้านชิลขนาดเมนูยังทำเก๋ๆ เขียนว่า
“เมนูชั่วคราวบ้านตากอากาศ” เลยอ่ะครับ

น้องๆเลือกอาหารได้มืออาชีพมาก ประหนึ่งว่า เตรียมตัวมาถล่มเต็มที่ เรามาดูกันดีกว่าว่ามัน เอ้ย น้องๆ สั่งอะไรมาทานบ้าง

จานแรกที่มาถึงโต๊ะ นี่เลยครับ “เมี่ยงปลาช่อน” ใครที่ชอบทานเมี่ยงน่าจะชอบจานนี้ครับ
หวานด้วยน้ำเชื่อม แต่มันด้วยเนื้อปลาช่อนทอด อร่อยเรียกน้ำย่อยได้ชงัดนัก

จานต่อมา ผลไม้มาแระครับ อ๊ะ..ไม่ใช่แฮะ เห็นเสริ์ฟมาเป็นลูกสับปะรดขนาดนี้ อย่าตกใจไปครับ
ทางร้านไม่ได้เสริ์ฟผิด คิดจะรีบไล่เราแต่อย่างใด แต่ว่าจานนี้คือ ข้าวอบสับปะรดครับ
หอมกรุ่นกลิ่นสับปะรด ควันของข้าวอบร้อนๆ ลอยขึ้นมาปะทะจมูกทันทีที่เราเปิดฝาสับปะรดอบจานนี้
เล่นเอาน้องๆ แย่งกันตักไปรองท้องแทบไม่ทัน

จานต่อมา คือไส้กรอกรวมมิตร เหมือนจะธรรมดาใช่หรือเปล่าครับ จริงๆ ผมว่าก็เกือบจะธรรมดา
เพียงแต่ว่าส่วนตัวผมชอบมัสตาร์ด แล้วจานนี้มี 3 รสชาด (ไม่แน่ใจว่า เนื้อ , หมู , และ ไก่หรือเปล่าอ่ะครับ)
จิ้มมัสตาร์ด ก็อร่อยถูกใจนะครับ ทานเล่นๆ ระหว่างคุยกันไปทานกันไป

จานหลักต่อมาก็คือข้าวผัดปูจานใหญ่…ทานกัน 4 คนได้คนละจานเลยครับ
อร่อย ขอบอกว่าเนื้อปูเป็นชิ้นๆ มาเลยไม่ต้องทำสงคราม 4 ทัพแย่งปูกันเลยทีเดียว อร่อยได้ใจ
บีบมะนาวลงไปบนข้าวผัดร้อนๆ โอ้ว..สวรรค์รำไร

จานต่อมา น้องผู้หญิงกำลังอยู่ในช่วงความอ้วน (555 เห็นทำได้เฉพาะตอนที่อาหารยังไม่มาวางตรงหน้านะครับ
ทำใจได้แค่ตอนสั่ง อาหารมาถึงก็ตบะแตกไปตามระเบียบ)  จานสลัดที่น้อง(พยายาม) ควบคุมน้ำหนักสั่งมา
หน้าตาจิ้มลิ้มมาก เป็นจานที่ชื่อ สะโพกไก่อบ ครับ ไก่มาเป็นสะโพก J-Lo เลยล่ะครับ 55
ใช้ส้อมฉีกๆ ทานกับผักสดและสตรอเบอรี่ ควบคุมน้ำหนักมื้อเย็นแต่ว่าได้บรรยากาศชิลๆ ไม่ต้องอดทนกินสลัดหน้าทีวีที่บ้าน

อีกจานที่มา (เริ่มจะมองหน้าหาคนรับผิดชอบแระครับ ประมาณว่าใครสั่งมาครับ (วะ) เมิงรับผิดชอบไปซะเลย
จานใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย)จานที่ว่านั่นก็คือ ปลากระพงทอดสมุนไพรครับ อร่อยๆ ๆ
จานนี้ผมชอบ ปลาที่เขาทอดมาแล้วมัน ไม่อมน้ำมันครับทำให้ ทานได้โดยไม่เลี่ยน
แถมได้ประโยชน์จากสมุนไพรไปด้วย หอมกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ครับ ทอดเนื้อปลากรอบๆ หอมๆ
มีเม็ดมะม่วงหิมพานต์โรยหน้ามาด้วย หอมมัน อร่อยครับ อิ่มกันพุงกางไปเลย

ตบท้าย เนื่องจาก ทริปนี้เป็น non-alcohol dinner ครับเนื่องจากวันรุ่งขึ้นเป็นวันทำงาน
(เราสนับสนุนให้คุณมีความรับผิดชอบ อิอิ) ดังนั้นเราทั้งหมดก็เลยลองสั่งค็อกเทลมาชิมกัน สองแก้ว
(ฮ่า ฮ่า อดใจไม่ไหว สุดท้ายก็เลยต้องลองง)
อร่อยดีครับ alcohol ไม่แรงมาก แต่ผมจำชื่อไม่ได้แล้วนะครับ (เมา 555)

นี่ครับ โฉมหน้าผู้ก่อการ ไปกัน 4 คน น้องโปรแกรมเมอร์ใส่แว่นคนนึง น้องสาวสองคนนี่กราฟิกดีไซน์

ก่อนจะสั่ง cocktail พอดีพี่คนนี้เขาเดินผ่านมาแล้วทักทาย (พี่เขาพลาด 55)
เลยชวนพี่เขานั่งคุยนิดนึง เพราะว่าให้พี่เขาช่วยแนะนำ cocktail ให้เรา
เอาแบบทานง่ายๆ ไม่เมา พี่เสื้อเหลือง นี่ชื่อพี่สุ รู้สึกว่าจะเป็นหุ้นส่วนของทางร้านครับ ใจดี น่ารัก เป็นกันเองมาก

เลยได้รู้เพิ่มเติมว่า เป็นร้านที่สนิทกันกับร้าน ลานผ้า (Fabric) ที่เคยเป็นร้าน ดาราบาร์ (เก่า)
เราเลยรีบออกตัวขอส่วนลดก่อนเลย (ฮ่า ฮ่า ฮ่า) อ้างว่าช่วงนี้เศรษฐกิจชะลอตัวขอบัตรลดที่ร้านลานผ้าหน่อยครับ
จะได้ไปลองทานกันคราวหน้า พี่เขาก็ใจดีให้มาแล้ว ไว้เราจะต้องหาน้องตัวผอมๆ ที่กินไม่เก่ง
ไปลองทานอาหารที่ร้านลานผ้าเสียหน่อยแระ

ส่วนใครอยากจะไปชิลที่บ้านตากอากาศ ก็ติดต่อกันไปโดยตรงเลยที่

โทร :081 4323173
089 2191 789

Blog ของทางร้าน : http://takrkad.blogspot.com/

Comments Off

Tags: , , , , , , ,

เตรียมตัวเป็นนักเรียนครับ

Posted on 17 March 2009 by SahutSa

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม ผมได้ไปสัมภาษณ์ เพื่อเข้าร่วมเป็นนักเรียนในโครงการ โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่

ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โครงการ) เรียนฟรีตลอดโครงการครับ แม้กระทั่งข้าวกลางวัน ก็เลี้ยงด้วย

สุดยอดแล้วครับ แล้วทำไมจะปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปครับ ความจริงแล้วผมเล็งโครงการนี้ไว้หลายปีแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้สัมภาษณ์ผม ก็ได้บอกให้ทราบว่า โครงการนี้มีมาตั้งแต่ปี 2544 แล้วครับ เมื่อก่อนศูนย์ร่วมยังไม่เยอะเท่าปีหลังๆ ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโครงการดีๆ แบบนี้จะเปิดให้เราได้เรียนฟรี อีกนานแค่ไหน

ว่าแต่ว่าโครงการนี้จะเรียนไปทำอะไรล่ะครับ คร่าวๆ ก็คือ เรียนเพื่อไปสร้างธุรกิจให้กับประเทศไทยของเรา เพื่อก่อให้เกิดการจ้างงานให้มากขึ้น และ เป็นธุรกิจที่สามารถดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐให้มากนัก และ เศรษฐกิจของเราจะได้ดีขึ้นตามไปด้วย

เริ่มต้ันการเข้าร่วมโครงการนี้ ผมก็เข้าไปเจอเว็บไซต์นี้เนื่องจากความชอบเรื่องการทำธุรกิจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อทราบรายละเอียดจึงได้สมัครเรียนเข้าไปจากทางหน้าเว็บไซต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของโครงการใจดีมากๆ ครับ โทรมาติดตามเรื่องตลอด และ ติดตามเรื่องใบสมัคร หลักฐานต่างๆ แถมยังจัดเตรียมแผนที่สถานที่เรียนให้อย่างเรียบร้อย พร้อมสรรพมากๆ (อันนี้ประทับใจอ่ะครับ)

และแล้วผมก็ผ่านการสัมภาษณ์โครงการ ให้ได้เข้าร่วมเป็นนักเรียนรุ่นที่ 3 (หรือ 4 ยังไม่แน่ใจ) แต่ว่าได้เรียนแล้วแน่ๆ ครับ แล้วผมจะใช้ Blog แห่งนี้แหละครับ เป็นที่จดบันทึกการเริ่มต้นโปรเจคของผมว่า ธุรกิจเวลาจะเริ่มต้นนั้น จะต้องหาข้อมูลจากอะไรบ้าง แ้ล้วผู้ประกอบการที่ดีนั้น จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ซึ่งเรื่องราวต่างๆ นั้น ผมกำลังจะได้เข้าเรียนในชั้นเรียน ที่จะเริ่มต้นประมาณเดือนเมษายน จนถึงเดือนมิถุนายน ชั้นเรียนของผมน่าจะเป็นเพื่อนๆ พี่ๆ ที่สะดวกมาเรียนเฉพาะเสาร์ และ อาทิตย์ ดังนั้นก็น่าจะเป็นพนักงานบริษัทที่มีไอเดียธุรกิจกันอยู่แล้ว ก็น่าจะได้แลกเปลี่ยนความรู้ และ ข้อมูลต่างๆ

แต่ไม่เป็นไรครับ ผมจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ มาเล่าสู่กันฟังต่อไป คอยติดตามชมและเป็นกำลังใจให้เอฟด้วยนะครับ

สหัสา อินทรฤทธิ์

Comments Off

Tags: , , , , , , , , ,

Happy New Year 2009

Posted on 30 December 2008 by SahutSa

Holiday Gocco Gift tags - Nature - set of 5
Image by Sarah Parrott via Flickr

วันนี้ถือโอกาสมาทักทายเพื่อนๆ ทุกท่านก่อนที่จะหยุดยาวไปฉลองปีใหม่กับครอบครัวที่ต่างจังหวัด

ดังนั้นก็ขออวยพรทุกท่านล่วงหน้าก่อนเลยนะครับ ปีใหม่นี้ก็ขอให้ทุกท่าน ร่ำรวยเงินทอง สุขภาพแข็งแรง

มีความสุขมากๆ ปีหน้าฟ้าใหม่ มีอะไรอยากทำ ก็ขอให้ทำได้สำเร็จอย่างเกินคาดหมายเลยนะครับ

ไป charge ไฟกันก่อน แล้วกลับมาจะได้สู้รบปรบมือกับปัญหาต่างๆ ในการทำงานกันได้อย่างมีแรงใจ และ แรงกายนะครับ

สุขสันต์วันปีใหม่ 2009 นะครับทุกท่าน

เอฟ

สหัสา อินทรฤทธิ์

Reblog this post [with Zemanta]

Comments Off

Tags: , , , , , , , , , , , ,

5 วิธีหลับสบาย ง่ายสุดๆ

Posted on 26 September 2008 by SahutSa

วันนี้ได้คุยกับน้องๆ ในที่ทำงาน เรื่องของความแตกต่างระหว่างเวลาในการเข้านอนของบ้านที่ต่างจังหวัด กับ การใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ
แน่นอนครับต่างจังหวัดเข้านอนกันเร็ว เนื่องจากไม่มีแสงสี ไม่มีคนพลุกพล่าน ดังนั้น เขาจึงเข้านอนก่อน ดังนั้นการได้พักผ่อนย่อมเต็มที่กว่าคนในกรุงเทพ

คราวนี้ ในเมื่อเรายังต้องอยู่ในกรุงเทพฯ เวลาพักผ่อนที่ว่าน้อยอยู่แล้ว เราเข้านอนปุ๊ป ถ้าโชคดีก็หลับสบายไป
แต่หากวันไหนมีเรื่องให้ต้องคิด คนส่วนใหญ่ ก็จะได้อยู่นิ่งๆ ก็ตอนก่อนนอนนี่แหละครับ ซึ่งถ้ายิ่งคิดมันก็ยิ่งหลับไม่ลง
เพราะความคิดมันก็ต่อความยาว สาวความยืดไปได้เรื่อย ดังนั้นวันนี้ เอฟก็จะมาแนะนำวิธีที่ฟังๆ เขามาอีกทอดนึง

เกี่ยวกับการ “5 วิธี ทำอย่างไร ให้หลับได้เร็วขึ้น”

1. ทำสมาธิครับ :

Bhuddha detail of hands

Image by Pickersgill Reef via Flickr

ข้อนี้เอฟใช้วิธีนอนนับลมหายใจครับ นับไปเลยครับ นับจำนวนครั้งเฉพาะตอนที่หายใจเข้าครับ นับไปเรื่อยๆ 1-2-3-4แล้วก็จะเผลอหลับไปเองครับ บางครั้งนึกสนุกๆ ก็เปลี่ยนจากนับลมหายใจ ไปนับแกะครับ แกะกระโดดข้ามรั้ว ตามฝรั่งเขาใช้กันนั่นแหละครับ แต่ทีนี้ ก็ดัดแปลงไปเรื่อยครับ เปลี่ยนสีแกะ จากขาว เป็นแกะดำบ้าง หรือ เปลี่ยนเป็น หมาป่ากระโดดบ้าง เพราะเอฟคิดว่า จริง ๆแล้ว ก็เป็นการทำให้ใจเราจดจ่ออยู่แค่เรื่องใดเรื่องเดียวนั่นเองครับ จริงๆ ถ้าหากนั่งสมาธิ เขาแนะนำว่าควรจะประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้จิตใจเราสงบ แล้วก็ค่อยล้มตัวลงนอนก็ได้ครับ แต่ว่าพอดีเอฟรีบ น่ะครับ นอนทำสมาธิไปเลยแล้วกันครับ

2.เขียนความคิดลงกระดาษ :

ขั้นนี้เป็นขั้นที่อารมณ์ดีหน่อย ล้มตัวลงนอนแล้วเกิดไอเดียอะไรดีๆ หลายๆ อย่าง ก็คว้าสมุดโน๊ตหรือกระดาษใกล้ๆ มือมาจดความคิดลงไปเลยครับ ข้อนี้ เคยมีอยู่ตอนตี 3 สะดุ้งตื่นมา แล้วเอฟก็นอนคิดอะไรไปเรื่อย แล้วเกิดไอเดียดีๆ

ก็เลยคว้ากระดาษมาจดความคิดลงไป ได้เกือบ 10 หน้ากระดาษ แต่แบบว่า มีวาดๆ ขีดๆ เขียนๆ ปนกันไปนะครับ ข้อนี้ ถ้าทำก่อนนอน ก็พอจะ่ช่วยให้เราหายฟุ้งซ่านได้เหมือนกันครับ

3.จ้องเทียนซัก 5 นาที :

ข้อนี้เอฟยังไม่เคยลองเองครับ เขาว่าจะทำให้ใจเรามีสมาธิมากขึ้น เผลอๆ หัวถึงหมอนแล้วก็หลับปุ๋ยไปเลย
ปล.เขาเตือนว่า อย่าลืมดับเทียนก่อนนอนนะครับ เหอๆ

4.กินให้พอในระหว่างวัน :

ข้อนี้เอาไว้ป้องกันอาการหิวโซ ตอนกลางคืนทำให้เรานอนไม่หลับนั่นเองครับ กินในที่นี้หมายความรวมไปถึงอาหาร และ น้ำดื่มด้วยนะครับ เพื่อให้ร่างกายเราได้รับสารอาหารที่เพียงพอนั่นเองครับ จะได้หลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

5. อ่านหนังสือก่อนนอน :

ข้อนี้เป็นไม้ตายของเอฟเลยเหมือนกันครับ ก่อนนอน ถ้านอนไม่หลับ ให้ไปคว้าหนังสือเล่มที่เราไม่อยากจะอ่านเลย เอามาอ่านครับ เอาพวกเล่มหนักๆ เช่น Lord of The Rings : The two tower นั่นแหละครับ ปัจจุบันยังอ่านไม่จบเลยครับ เล่มหนามาก และ หนักสุดๆ เอามานอนอ่านครับ หมายถึง เรานอนหงาย แล้วยกมือสองข้างถือหนังสืออ่านครับ เอฟอ่านวิธีนี้มาปีกว่าแล้วครับ รู้่สึกตัวอีกทีหนังสือทับหน้าอยู่ทุกทีไป เหอๆ คือนอนอ่าน หนักก็หนัก แล้วก็แสบๆ ตาไปด้วย แล้วก็เผลอหลับไปเองครับส่วนหนังสืออื่นๆ ที่อยากแนะนำ ก็พวกหนังสือนิยายเพลินๆ น่ะครับ อ่านไปเราก็ใจจดจ่อกับเนื้อเรื่อง แต่ไม่แนะนำ เพชรพระอุมา หรือ ล่องไพร นะครับ พวกนี้ทำเอาเอฟไม่ได้หลับไม่ได้นอน เกือบ 3 วันติด จนโทรม และ ต้องตัดใจหยุดอ่านก่อน ไม่งั้นอาจตายได้

Reblog this post [with Zemanta]

Comments (2)

Tags: , , , , , , , , , , ,

hi5 ไทยประยุกต์ อ่านภาษาไทยแบบนี้ออกกันบ้างไหมครับ

Posted on 08 May 2008 by SahutSa

เรื่องของเรื่องคือลอง Search หาเพื่อนผม สมัยม.ปลายลงไป (คิดถึงเพื่อนเก่าอ่ะ)
ทีนี้ก็มีรายชื่อปรากฏขึ้นมา ซึ่งไม่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ผมพิมพ์ลงไปเลย
ซึ่ง ผมก็ไล่ๆ หาไปว่าเผื่อจะเจอเพื่อนผมอยู่ในรายการ
แต่ว่า ก็สะดุดตากับชื่อ hi5 ของน้องคนนึงที่ผมไม่รู้จักเลย
ผมเรียกมันว่า “hi5 ไทยประยุกต์ เพราะอะไร ลองดูในรูปส่วนทีทำแถบสีสิครับ
ผมเกือบอ่านไม่ออกเลยล่ะครับ ดีนะว่าหน้าตาดี (เอิ๊ก ๆ ไม่มีใครชง ชงเองกินเอง)


hi5thainame1.jpg

อันนี้มองได้สองอย่างในความคิดผม

ข้อที่ 1 ระบบค้นหาของเว็บระดับโลกอย่าง hi5 ไม่สามารถรองรับการค้นหาด้วยภาษาไทยได้ดีเพียงพอ
เนื่องจากภาษาไทยมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ในเรื่องของการมี สระ และ วรรณยุกต์ อยู่ด้านบนด้านล่าง อักขระ
อันนี้ผมคิดว่ามันมีส่วนต่อการประมวลผลมั้งครับ (ผมคิดเอาเองนะ ไม่แน่ใจว่าในเชิงของการทำโปรแกรมมันมีผลจริง ๆ หรือเปล่าน่ะครับ)

ข้อที่ 2 hi5 ต้องการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานให้มากขึ้น โดยจะให้เรามีตัวเลือกไปเรื่อยๆ แล้วจะได้ Add คนที่ไม่รู้จัก
เพื่อกลายเป็นเพื่อน กันเยอะขึ้น

ถ้าเป็นเหตุผลข้อแรก ก็คงไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ครับ เพราะว่า ถ้าเว็บใหญ่ระดับโลกแล้วการพัฒนาระบบส่วนนี้ไม่ดีนัก
ก็ไม่สมกับการเป็นเว็บใหญ่ ๆ ที่ควรจะแสดงความรับผิดชอบเรื่องนี้อ่ะครับ

ถ้าเป็นเหตุผลข้อสองแล้ว ไอ้ตัวอักษรในภาพตอนกด Add น่ะ จะมีไว้เพื่ออะไรล่ะครับ พี่น้อง

hi5-add-friend-warning.jpg

ว่าแล้วก็ไปหา Add น้อง ๆ น่ารักที่ hi5ของผม ต่อดีกว่าครับ
อยากรู้จักทุกคนนะครับ Add ผมหน่อยสิครับ ( ^ – ^ )
ใครอ่านไม่ออก ลงชื่อไว้ดิ่ เดี๋ยวมีเฉลย

(เอ๊ะ ..หรือว่าส่วนใหญ่ก็พอจะคลำ ๆ อ่านกันได้หมด 100% หว่า)

สำหรับโพสต์นี้ ถามว่าชอบเหตุการณ์นี้ไหม
คำตอบคือ
ชอบ : เพราะแปลกดี
ไม่ชอบ : ที่ สะเหล่อ ไม่ใช่ สะเหร่อ อ่ะ…เข้าใจผิดว่าเขียน “สะเหร่อ” มาตลอดเลยครับ ( T-T )
(ไม่ชอบ เพราะทำให้เด็กไทยสะกดภาษาไทยไม่ถูกต้องอ่ะ)

Comments Off

Advertise Here
Advertise Here