Archive | Blog Marketing

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

10 เทคนิคดีๆ สำหรับคนเพิ่งเริ่มมี Blog : ตอนที่ 1

Posted on 21 October 2008 by SahutSa

Why not

Image by Pete Reed via Flickr

สำหรับบทความนี้ ขอมอบให้กับมือใหม่ ที่เพิ่งจะสนใจอยากมี Blog เป็นของตัวเองนะครับ
เป็นหัวข้อที่จะช่วยให้เรากำหนดทิศทางของ Blog ของเราได้ และ
จะเป็นส่วนช่วยให้การเขียน Blog ของเราทำได้ง่ายขึ้นมาก และ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
เพราะจะได้ไม่ไขว้เขว เขียนอะไรไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ ตามกระแสไปวันๆนะครับ

เริ่มกันเลยกับ 10 เทคนิคดีๆ สำหรับคนเพิ่งมี Blog

1. จะเขียน Blog ทำไมเนี่ย!
เราต้องตั้งเป้าหมายของการเขียน Blog ของเราให้ชัดเจนครับว่า อยากเขียนขึ้นมาเพื่ออะไร
- เพื่อรวบรวมผลงานของเรา
- เพื่ออัพเดทในสิ่งที่เราสนใจรวมไว้ในที่เดียวกัน
- เพื่อเป็นแหล่งแสดงความคิดเห็นร่วมกันกับคนอื่นๆ
- เพื่อตั้งตนเป็นใหญ่ในเรื่องที่เราถนัด
- เพื่อโปรโมทสินค้าหรือบริการบางอย่าง

2. คนที่คุณรู้ว่าใคร!
เราต้องรู้จักว่าใครคือกลุ่มคนที่เราเขียนให้อ่าน เพราะถ้าเรารู้จักผู้อ่านของเราดีมากพอ
เราจะสามารถเข้าใจวิธีคิด วิธีเขียน ของเขา ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าเราก็จะสามารถเลือก
วิธีการสื่อสารไปยังกลุ่มผู้อ่านของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

3. ต่อเนื่องคงเส้นคงวา
Blog ของเราก็เปรียบเสมือน ภาพลักษณ์ของเรานั่นเองครับ ดังนั้นหากเราเขียน Blog ได้อย่างสม่ำเสมอ
และน่าสนใจ ผลงานน่าอ่าน ไม่ใช่เขียนลวกๆ สิ่งที่เราจะได้กลับมาจากความสม่ำเสมอของเรานี้
ก็คือการที่ผู้อ่าน Blog ของเราจะกลับมาเยี่ยม Blog เราบ่อยๆ นั่นเอง
ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารออกไป ก็จะมีผู้รับฟังมากขึ้นนั่นเอง

4. อึด-นรก
Blog ที่ขยันเขียนแม้ว่าตัว Blogger จะยุ่งมาก แทบจะไม่มีเวลาเขียน แต่ก็ปลีกเวลามาเขียน Blog
ให้กับผู้อ่านที่คอยติดตามอยู่ได้นั้น ถือว่านั่นคือมืออาชีพครับ เนื่องจากเป็นการเขียน เพื่อคนอื่น
ไม่ใช่เพื่อตัวเอง ลองไปสังเกตุดูได้ครับว่า Blog ที่มีชื่อเสียงนั้น Blog จะมีการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ
ก่อนที่ Blog ของเขาจะมีชื่อเสียงเสียอีกครับ

5. เม้นท์หน่อยดิ่
Blog ของเราจริงๆ เหมือนเป็นของเราครับ แต่เราเขียนขึ้นมา เมื่อมีผู้อ่าน เขาอาจจะมีความคิดเห็นอะไรเกิดขึ้น
หลังจากที่อ่าน Blog ของเราไปแล้ว ดังนั้นหากเราจะเปิดใจ รับฟังความคิดเห็นของผู้อ่านด้วยก็จะเป็นการสนับสนุน
หลักการในข้อสองของเรานั่นเองครับ เราจะได้รู้ว่า “ใคร” คือผู้อ่าน Blog ของเรา แล้วเขามีความเห็นต่อเรื่องที่เราเขียน
เป็นอย่างไร เราต้องกระตุ้นให้เขาเหล่านั้นเขียน Comment ในแต่ละโพสต์ของเราครับ แต่ว่าเราต้องให้ความสำคัญ
กับ Comment ของเขาด้วยนะครับ ต้องมีการตอบกลับ หรือ แสดงความขอบคุณด้วย ก็จะทำให้ผู้อ่านของเรา
รู้สึกได้ว่า เขามีตัวตนอยู่บน Blog ของเรา เขาก็จะกลับมาบ่อยๆ ครับ
ว่าแต่ว่า เกี่ยวกับ Blog นี้ ท่านผู้อ่านมีความเห็นอย่างไรกันบ้างครับ
เขียน Comment ไว้ใต้โพสต์นี้ได้เลยนะครับ

มีต่อภาคสองนะครับ โปรดติดตามอ่านกันด้วยนะครับ

Reblog this post [with Zemanta]

Comments Off

Tags: , , , , , , , , , , , , ,

Tips to Start a Blog

Posted on 14 October 2008 by SahutSa

Start!

Image by basegreen via Flickr

โลกของ Blog นั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และ แน่นอนครับว่าการที่เราจะติดตามข่าวสารการเปลี่ยนแปลง ลูกเล่นต่างๆ รวมถึง โอกาสในการทำ Blog ของเราให้โด่งดังขึ้นมาเพราะความรวดเร็วของการเขียน Blog ของเรา ดังนั้นการที่เราจะเริ่มต้นเขียน Blog ได้อย่างรวดเร็วนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้การสร้าง Blog หรือเคยเขียน Blog มาบ้างแล้วแบบมือสมัครเล่น แต่เริ่มอยากจะมี Blog ของคุณเอง เพื่อการปรับแต่งที่สามารถทำได้มากขึ้น
เอฟคิดว่าโพสต์นี้น่าจะมีประโยชน์ครับ

ถ้าอยากเริ่มต้นมี Blog เป็นของตัวเอง (ไม่ใช่แบบเขียนฟรี ตามเว็บผู้ให้บริการเขียน Blog ฟรีนะครับ)

  1. เลือก Software ที่จะใช้เขียน Blog
  2. เลือก Blog Hosting
  3. เลือกหัวข้อของ Blog ที่จะเขียนถึง
  4. จดโดเมนเนม
  5. สร้าง Blog ของคุณขึ้นมา
  6. เริ่มต้นเขียนโพสต์

เห็นมั้ยครับ หลักการง่ายๆ เหล่านี้ครับ รับรองว่า เพื่อนๆ มือใหม่ หรือ มือสมัครเล่น
จะไม่หลงทาง ว่าวันนี้หา theme วันนี้ เลือกโปรแกรมเขียน Blog วันต่อมาสร้าง Blog
เขียนไปเขียนมา เพิ่งจะรู้ว่า โปรแกรมสร้าง Blog ที่ใช้เป็นโปรแกรมที่คนเลิกใช้กันไปนานแล้ว
ทำให้ต้องมานั่งเสียเวลาติดตั้ง Blog ใหม่

ขั้นตอนเหล่านี้จะทำให้เพื่อนๆ เริ่มต้นมี Blog เป็นของตัวเอง (แบบของเราเองจริงๆ)
และเริ่มต้นการทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างเต็มรูปแบบต่อไปครับ

Reblog this post [with Zemanta]

Comments Off

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , ,

โปรแกรมสร้าง Blog ได้ฟรี และ ดีสุดๆ (Blogger.com)

Posted on 30 September 2008 by SahutSa

วันนี้จะมา Review โปรแกรมการสร้าง Blog ที่มีอายุมากที่สุดในท้องตลาด Blogosphere
(โลกแห่ง Blog) นะครับ ว่าน่าใช้งานหรือไม่อย่างไร
สำหรับเว็บไซต์ www.Blogger.com 2 เหตุผลหลักที่น่าเลือกใช้งาน ก็คือ
1. แก่ : หมายถึง มีอายุมากที่สุดในวงการ Blog ทำให้มั่นใจได้ว่า เขาคือมืออาชีพจริง เพราะไม่งั้นอยู่ไม่ได้นานขนาดนี้ครับ
2. ฟรี ! : ข้อนี้สำคัญสุดๆ เป็น Free Blogging Software แถมยังใช้งานง่าย ตามแบบฉบับของ Google เช่นเคยครับ แต่ข้อเสียก็มีอยู่บ้างครับ ตรงที่ว่า Blog ของเราที่สร้างด้วย Blogger.com นั้น จะต้องถูกบังคับให้มีแถบด้านบน ที่โชว์ Logo ของ Blogger.com , เท่านั้นยังไม่พอ Blogger.com ยังมีลิงค์เพื่อไปยัง “Blog ถัดไป” อีกด้วย ซึ่งบางครั้ง Blog นั้น ๆ ก็แค่ Blog ทั่วไป ไม่ได้เป็นประโยชน์กับ user ของ Blog เรา เท่าไหร่ครับ. ดูภาพประกอบได้ครับว่า แถบด้านบนหน้าตาเยี่ยงไร
Blogger NavBar

Blogger NavBar

แถบนี้แหละครับ Blogger.com เขาเรียกว่า Navbar

3. ลูกเล่นเจ๋ง : Blogger.com ให้คุณสร้าง Blog ได้ไม่จำกัดจำนวน Blog และ ไม่จำกัดปริมาณของคนเข้า Blog เราด้วย ซึ่งถ้าหากเราไปใช้งานที่อื่นๆ แบบเสียเงินนั้น ค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายคือ ค่าพื้นที่ทำ Blog ซึ่งยิ่ง Blog เรารูปเยอะ,ใส่เพลง, ใส่ video เข้าไปมากๆ ก็คือเราใช้พื้นที่เยอะนั่นเองครับ พอคนเข้ามาดูเยอะๆ การแสดงรูป หรือ video ของแต่ละคน ก็ต่างคนต่างโหลดภาพ แสดงผลทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ว่า ผู้ให้บริการที่เราทำ Blog อยู่ด้วยนั้น เขาก็ต้องใช้ทรัพยากรในการแสดง Blog เรา เขาเรียกว่า Bandwidth ค่าใช้จ่ายเวลาทำ Blog หรือ Website หลักๆ ก็เสียอยู่ สองอย่างนี้แหละครับ ค่าพื้นที่ กับค่า Bandwidth แต่ Blogger.com ให้เราใช้ได้ไม่จำกัดเลยครับ จ๊าบป๊ะล่ะครับท่าน
4. อื่นๆ : นอกจากที่กล่าวมาแล้ว Blogger.com ยังมีลูกเล่นเสริมเพิ่มเติมอีกมากมายเลยครับ เรียกว่าครบถ้วนกระบวนการทำ blog กันเลยครับ จะใส่ภาพ video เพลง ลิงค์ ข่าวสาร ฯลฯ ได้หมดเลยครับ ที่สำคัญ สมัครทำ Google AdSense โฆษณาที่ “แค่คลิกก็ได้เงิน” สมัครได้โดยตรงจาก Blogger.com เลยครับ นอกจากนี้ เราสามารถจดชื่อ domain ของเราได้เองด้วย เพราะตอนเริ่มต้นนั้น เราจะต้องใช้ชื่อ Blog แบบที่มีต่อท้ายด้วย www.ชื่อบล็อกเรา.blogspot.com  ถ้า Blog เราดังแล้ว อยากมีชื่อเป็นของตนเอง ก็สามารถจดชื่อ Domain Name (ชื่อเว็บไซต์) ได้เลยครับ เวลาคนพิมพ์ชื่อเว็บใหม่ ก็พาเข้ามายัง Blog เดิมเราได้เลยครับ
คะแนน : เต็ม 10 ผมให้รายนี้ 9/10 ครับ ตัดคะแนน แค่ว่า template (หน้าตาของ Blog) ยังไม่มีให้เลือกได้เยอะเท่ารายอื่นๆ ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าต่อไป template น่าจะเยอะกว่านี้แน่นอน เลยหักไว้หน่อยนึงครับ
Rich with Blogger.com Book

Rich with Blogger.com Book

และสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากจะเริ่มต้นใช้งาน Blogger.com : เอฟได้เขียนวิธีการใช้งานอย่างละเอียด (มาก) เอาไว้ในหนังสือเล่มนี้แล้วครับเพื่อนๆ สามารถหาซื้อได้ที่ SE-ED ทุกสาขา หรือ สั่งซื้อโดยตรงแบบลด 15% ได้ที่ www.taradedu.com ครับ จริงๆ ผมว่า โทรสั่งซื้อเลยง่ายสุดๆ นะ 0-2640-0064 คุณดวงกมล
Reblog this post [with Zemanta]

Comments Off

Tags: , , , , , , ,

Thailand’s 40 Richest : 40 คนรวยที่สุดในประเทศไทย

Posted on 29 September 2008 by SahutSa

Map of Thailand

Image via Wikipedia

เก็บมาฝากจาก เว็บไซต์ของนิตยสาร Forbes
เผื่อว่าเพื่อนๆ คนไหนอยากติดตามดูเพื่อเป็นแนวทาง
ในการสร้างธุรกิจของตนเองนะครับ

1 Chaleo Yoovidhya : เฉลียว อยู่วิทยา
(เจ้าของ กระทิงแดงครับ ที่ไปดังเมืองนอก Redbull )
มีทรัพย์สิน 4 พันล้านบาท อายุ 76 ปี แต่งงานแล้วมีลูก 5 คน : ปัจจุบัน เกษียณ ตัวเองเรียบร้อยแล้วครับ
2 Charoen Sirivadhanabhakdi เจริญ สิริวัฒนภักดี
มีทรัพย์สิน 3.9 พันล้านบาท อายุ 64 ปี แต่งงานแล้วมีลูก 5 คน : ขายเหล้า เบียร์ ครับ ล่าสุดก็ซื้อ Oishi ไปแล้วเรียบร้อย มีการแบ่งหุ้นให้ทาง Oishi ด้วย (ที่มา forbes)
3 Chirathivat family ตระกูลจิราธิวัฒน์ ครับ :
มีทรัพย์สิน 2.8 พันล้านบาท :ตระกูล Central ครับ มีทั้งค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และ โรงแรม
4 Dhanin Chearavanont & family ธนิน เจียรวนนท์ และ ครอบครัว
มีทรัพย์สิน 2 พันล้าน อายุ 69 ปี แต่งงานแล้ว มีลูก 5 คน : เครือเจริญโภคภัณฑ์ หนึ่งในผู้ผลิต อาหารสัตว์ ปศุสัตว์ รายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก เพิ่งได้ทำสัญญา ดูแลเรื่องปศุสัตว์ 6 จังหวัดของจีน เมื่อปี 2007

5 Krit Ratanarak & family
6 Praneetsilpa Vacharaphol & family
7 Vichai Maleenont & family
8 Chamnong Bhirombhakdi & family
9 Somporn Juangroongruangkit & family
10 Anant Asavabhokin
11 Sunsurn Jurangkool & family
12 Prayudh Mahagitsiri & family
13 Boonchai Bencharongkul & family
14 Isara Vongkusolkit & family
15 William E. Heinecke & family
16 Thaksin Shinawatra & family
17 Vanich Chaiyawan & family
18 Thongma Vijitpongpun
19 Nishita Shah & family
20 Surang Prempree
21 Nantha Chinthammit & family
22 Prasert Prasarttong-Osoth
23 Prapa & Wit Viriyaprapaikit & family
24 Niti Osathanugrah
25 Premchai Karnasuta
26 Vichai Raksriaksorn
27 Chalerm Yoovidhya
28 Kasem Narongdej & family
29 Anek Sithiprasasana
30 Petch & Ratch Osathanugrah
31 Porndee Lee-Issaranukul & family
32 Vicha Poolvaraluck
33 Nijaporn Charanachitta
34 Vikrom Kromadit
35 Phornthep Phornprapha & family
36 Kraisorn Chansiri & family
37 Paiboon Damrongchaitham
38 Plew Trivisvavet & family
39 Sumate Tanthuwanit & family
40 Malinee Kitaphanich & family

Reblog this post [with Zemanta]

Comments Off

Tags: , , , , , ,

5 เทคนิค เลือกหัวข้อ เขียน Blog

Posted on 29 September 2008 by SahutSa

cover of

Image via Wikipedia

5 Technic pick your blog topic : เลือกหัวข้อเขียน Blog แบบนี้ ไม่มีหมดมุข

1. ชอบ
สำหรับข้อแรกที่ต้องพิจารณา เรื่องนี้สำคัญครับ อย่างที่บอกกันไปใน post ที่แล้วครับว่า Do what you love, the Money will follow. ดังนั้น ขอให้เพื่อนๆ ที่อยากจะเริ่มต้นเขียน Blog เริ่มจากสิ่งที่ใกล้ตัวก่อนเลยครับ ยิ่งถ้าเป็นสิ่งที่รักอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เอฟรับรองได้เลยครับว่า จะมีมุขมาให้เราเขียนได้ไม่รู้จบครับ วันดีคืนดี แมลงหวี่ แมลงวัน บินผ่าน ก็เอามาผสมปนเป จนกลายเป็นเรื่องให้เราเขียน Blog ของเราจนได้ครับ

2. ชอบวิจารณ์
การที่เราชอบวิจารณ์เรื่องใดเรื่องหนึ่งกับคนอื่นๆ ได้อย่างมีเหตุ และ มีผล นั่นก็เป็นเพราะว่าเราสนใจ และมีข้อมูลในเรื่องนั้นๆ อยู่จริง ดังนั้นแทนที่เราจะต้องไปนั่งวิจารณ์เรื่องที่เราสนใจนี้บนเว็บไซต์ต่างๆ หลายๆ ที่ เราก็สามารถรวบรวมเอาความคิดเห็นของเรา เอามาไว้ที่เดียว แล้วก็สามารถเขียน พร้อมแนบหลักฐาน อ้างอิงต่างๆ ของเราไว้ได้เสร็จสรรพ ดังนั้น นักวิจารณ์ทั้งหลาย ก็ควรจะมี Blog ส่วนตัวได้แล้วล่ะครับ เพราะองค์ความรู้ต่างๆ จะได้ไม่กระจัดกระจายด้วยครับ

3. ชอบแชร์ไอเดีย
เรื่องนี้ ต่อเนื่องมาจากบางเรื่องถ้าเรามีความเห็นเป็นอย่างหนึ่ง แล้ว อยากได้รับความคิดเห็นของคนอื่น ในเรื่องเดียวกันนั้น เราสามารถให้เขามาอ่านสิ่งที่เราคิด ผ่าน Blog แล้วเขาก็สามารถเขียน Comment ฝากเอาไว้ได้ ว่าความเห็นของเขา ต่อเรื่องของเรานั้น เป็นอย่างไร

4. ชอบรับฟัง
ข้อนี้ไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อนนะครับ เพราะว่า ยิ่งถ้าเราเขียน Blog นานๆ ไปคนก็จะรู้จัก Blog ของเรามากขึ้น และ แน่นอนครับ ย่อมมีคนมีความเห็นไม่ตรงกับเราเท่าไหร่ ดังนั้น ถ้าหากจะเลือกหัวข้อเขียน Blog แล้ว ก็อย่าเลือกเรื่องที่คุณยอมรับคนอื่นวิจารณ์ไม่ได้เลยครับ

5. ชอบติดตาม
เลือกหัวข้อที่คุณมีความสุขกับการค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ครับ ข้อนี้ ไม่เหมือนกับข้อแรกตรงที่ว่าข้อแรกอาจจะแค่ชอบ แล้วก็เขียนถึง แต่ว่า ข้อนี้ คือ “ความชอบขั้นอุกฤติ” ครับ เมื่อคุณชอบแล้วคุณจะอยากติดตามเรื่องนั้นๆ แล้วก็สามารถรวบรวมเอามาลง Blog ได้ด้วย เพื่อส่งต่อเรื่องที่คุณค้นคว้าได้มา เผยแพร่ ให้คนอื่นๆ ได้รับทราบด้วยครับ

เลือกแบบไหน ที่ตรงใจสักเรื่องนะครับ แล้วก็ลุยเลย อย่างน้อยขอให้เริ่มวันนี้ พรุ่งนี้เราก็บอกคนอื่นได้แล้วว่าเรามี Blog เป็นของตัวเองแล้ว…จ๊าบป๊ะล่ะครับ

Reblog this post [with Zemanta]

Comments Off

Advertise Here
Advertise Here